กุยบุรี ช้างป่า และแมวขี้เหงา
posted on 02 Apr 2008 11:13 by ching-ching in Travelเคยได้ยินเสียงสายลมไหม?..
ไม่เคยสังเกต ว่ามันมีเสียงหรือเปล่า คงเพราะฉันไม่เคยตั้งใจฟัง
ตอนนี้ ฉันว่า ฉันได้ยินเสียงของสายลมนะ .... มันพัดมาเบาๆ มีละอองความชื้น เพราะก่อนหน้านี้ ได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนๆมาจากเขาละแวกใกล้ๆนี้ และฉันก็มองเห็นสายฝน ตกอยู่ไกลๆบนเขา
ฉันนั่งเขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ลานการเต๊นท์ ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ... ไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียว กลุ่มที่มาพักมีเพียงกลุ่มของเราเท่านั้น ตอนนี้ทุกคนขึ้นห้างดูช้างอีกรอบ หลังจากที่เราคลาดแคล้ว กับพี่ช้างมา 2 รอบ
...เสียงของธรรมชาติมันเป็นเช่นนี้เองรึ!! นกไม่รู้กี่ชนิดกู่ร้องตลอดเวลา เสียงยอดไม้พัดยามต้องลม ...รู้สึกสงบดีจัง ถึงไม่ได้ตามไปดูช้างป่ากับเค้าด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร ช่างป่า มันคงไม่อยากให้ฉันเห็นมัน ก็ดี หยิ่งได้หยิ่งไป เช๊อะ...
.... ย้อน ไปเมื่อวาน เราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่ของวันเสาร์ แวะเที่ยว วนอุทยานปราณบุรี
รูปนี้เป็นป่าโกงกาง ที่เราขึ้นไปบนจุดชมวิว มองลงมาก็สวยไปอีกแบบ แต่ร้อนมากๆๆๆ พวกเรานั่งเรือชม ระบบนิเวศของป่าชายเลนและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยริมคลอง
แวะร้านผ้าบาติก แล้วพวกเราก็ไปที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี แต่ไปถึงค่อนข้างเย็นแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า มีชาวบ้านมาแจ้งว่า ช้างป่าลงไปกินพืชไร่ ให้เจ้าหน้าที่มาช่วยไล่ พวกเราขอตามไปแต่เจ้าหน้าที่คงดูจาก จำนวนคน +สังขาร และท่าทางแล้ว คาดว่า คงวิ่งหนีไม่ทันแน่ๆ อีกอย่างคือ สมัยก่อนพื้นที่เป็นลานโล่ง หากเราเห็นช้าง ช้างเห็นเรา ยังเห็นกันในระยะไกลๆ พอที่จะหนีกันได้ทัน แต่ตอนนี้บริเวณที่จะเข้าไป เป็นพื้นที่รก หญ้า และต้นไม้ขึ้นสูงหากเดินมาจ๊ะเอ๋กันเข้า คงไม่พ้นถูกช้างกระทืบไส้แตกแน่ๆ อันตรายมาก เป็นอันว่า ช่วงค่ำก็อดไป แต่นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ว่า วันรุ่งขึ้น 6 โมงเช้าจะไปดูจุดที่คาดว่า ช้างจะลงมา ... กลางคืนบนอุทยานอากาศเย็น น้ำค้างแรง ... กลางวันงี้ ร้อนตับแล้บ ภาคกลางคืนพวกเราส่องดูดาวกัน พอดีน้องที่ไป หนึ่งในนั้นพอจะมีความรู้ด้านดาราศาสตร์ น้องเค้าพกแผ่นที่บอกตำแหน่งดาว ที่หมุนๆได้ เลือกหมุนตามช่วงวันที่และเดือน ฉันก็ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร .... ดาวเต็มฟ้าเลย.... คงเพราะมันมืดมากๆ ..... มีเจ้าของพื้นที่มาคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวมันคือ เจ้าแมวสีน้ำตาล อวบๆ ขำน้องเหมียว มันคงอยากกิน อยากดื่มด้วย เลยเจอทาโร่ชุบหงส์ทองเข้าไป แรกๆมันเดินวนไปวนมาไม่หยุดสักที และในกลุ่มมีคนไม่ค่อยชอบแมวเท่าไหร่ มันก็พยายามเดินไปคลอเคลีย คนที่ไม่ชอบ(ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ) หลังๆมันเริ่มเดินช้าลง เริ่มไม่ได้กลิ่นทาโร่ที่พวกเราไปซ่อน มันคงมึนๆ แล้ว ... นี่แหล่ะน๊าแอลกอฮอล์ทำให้การตัดสินใจช้าลง ทั้งคนและแมว เมื่อต้องเข้าเต๊นท์นอน มันก็มองทุกคน ตาละห้อย แต่ไม่มีใครสนใจมัน ... ฉันผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี ดุจนางฟ้า ฮี่ๆจึงเปิดรับมันเข้าเต๊นท์เพราะสงสาร แม้ว่าเพื่อนฉันจะโมโหมาก และสั่งว่า ห้ามมันเดินข้ามอาณาเขตมาฝั่งเพื่อนฉันเด็ดขาด แต่แล้วคนที่ น้องเหมียวไปนอน ขดตัวหลับปุ๋ย สบายอุรา ก็ในซอกขาของเพื่อนฉันนั่นเอง ... เพื่อนฉันเหรอมันหลับ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฮ่าๆๆ

ฉันคงติดมั๊ง สมัยก่อนเอาแมวเข้ามานอนในห้องทุกคืนแม้ว่า แม่จะบ่น และห้ามตามประสา (เค้าบอกว่าระวังเป็นหืดหอบ)มันจะมานั่งข้างหน้าต่าง เอาเล็บขูดมุ้งลวด เสียงดัง แกรก - แกรก ให้ฉันเปิดรับอยู่ทุกคืน
พอ 6โมงเช้าเราก็นั่งโฟล์วิลเข้าไปดูช้างกันอีกจุดที่เราเข้าไปเป็นดินแห้งๆ ฉันนั่งท้ายกะบะจากเสื้อสีดำกลายเป็นเสื้อสีน้ำตาลแดงไปเลย จุดที่เข้าไปนี้ ได้เห็นช้างป่า ลิบๆไกลๆ
แล้วเราก็ไปที่ธารน้ำตกย่อมๆ(จำชื่อไม่ได้) เจอนกแก๊ก (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกมั๊ย) แต่พี่คนหนึ่งบอกว่า มันเป็นนกตระกูลเดียวกับนกเงือก ฉันไม่ค่อยรู้จักชื่อนก ชื่อพันธุ์ไม้สักเท่าไหร่ อาจเพราะฉันไม่ค่อยเน้นเที่ยวภูเขา ส่วนใหญ่จะไปหนักเที่ยวราตรี เอ๊ย เที่ยวทะเลมากกว่า ได้แต่ฟังพี่ๆเค้าสอนให้ดูโน้นดูนี่
กลับมาที่ทำการอุทยานฯ พี่เจ้าหน้าที่ พาไปดูต้นไม้จันที่จะนำไปทำโกฐ สมเด็จพระพี่นาง ฉันจึงได้ความรู้จากพี่เจ้าหน้าที่ว่า ต้นจันจะมีกลิ่นหอม หากยืนต้นตายเอง ถ้าถูกตัดก่อนจะไม่มีกลิ่น เหมือนต้นไม้ธรรมดา บางต้นที่ยืนต้นตายที่ผุๆยุ่ยๆเค้าจะเอาไปผสมทำธูปหอม อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พบลำต้นจันที่ยืนต้นตาย 19 ต้น ตัดไปใช้ใน พระราชพิธี 3 ต้น ต้นนี้เป็นต้นที่ใหญ่ที่สุดใน 3 ต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่ตัด 1 ต้น เค้าก็จะนำมาปลูกเพิ่มเพื่อทดแทน ....... ตอนเย็น ทุกคนไปขึ้นห้างดูช้างกันอีกรอบ ฉันจึงนอนเฝ้าอุทยานคุยกับแมวแทนเพราะเพื่อนฉันดันกลัวความสูง T_T มันเห็นห้างแรก จุดแรก ที่ไป มันไม่กล้าขึ้นเสียแล้ว เสียดายนิดๆ .... กว่าเราจะได้ออกจากอุทยานก็ดึกแล้วราวๆ 3 ทุ่มได้ ในขณะที่เรารีบเก็บเต๊นท์เก็บของน้องเหมียวก็มาแจมด้วยตลอด บางทีมันแกล้งเข้าไปนั่งในเต๊นท์ซ๊ะงั้น เรียกก็ทำเฉยไม่ออก มันคงไม่อยากให้เรากลับ เมื่อล้อหมุนจากออกมา พวกฉันทุกคนก็เห็นมัน มานั่งส่งพวกเราริมทางมองตามรถแล่นออกไป ฉันว่ามันคงเป็นแมวขี้เหงาแน่ๆ ฉันก็เหงาไม่แพ้มันหรอก เห็นมันแล้วคิดถึงแมวตัวที่เคยเลี้ยง T_T กลับมาถึงห้องราวๆ ตี 2 ถึงฉันจะไม่ได้เห็นช้างป่า ใกล้ๆ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปดูช้างตามร้าน หมูกระทะ ก็ด๊ายยยยยยยย .......... แปร๊นนนนนนนนนนนนน!!!
หมายเหตุ : พี่ๆเจ้าหน้าที่อุทยานใจดีทุกคนเลยค่ะ คอนเฟิร์มมมมม ขอบคุณที่ดูแลพวกหนูอย่างดี

#1 By ก้าวที่...กล้า (203.155.150.86) on 2008-04-08 13:48