ก่อนที่จะได้อ่านข้างล่างนี้ เรานั่ง up blog พิมพ์รายละเอียดตอนจบ ยาวมาก

ปรากฏว่า คงเพราะต่อ vpn เข้าๆออกๆ เน็ตคงหลุดไป สุดท้ายพอจะ กด Publish

ปรากฏว่า error ซ๊ะงั้น แล้วลอง Revision ดู ก็ปรากฏว่า เท่าที่โอเคสุดก็คือ แทบจะ

ไม่มีข้อความอะไรเลย เฮ้อจะเป็นลม ทีแรกว่าจะ ไม่ใส่รายละเอียดอะไรละ มีแต่รูปแล้วกัน

สุดท้าย ชีวิตคนเรามันคงต้องปลงให้ได้เนอะ  มันมักเกิดอะไรไม่คาดคิดขึ้นได้เสมอ ก็เลยเอาวะ

พิมพ์อีกรอบ  แต่รอบนี้คงไม่แนวเฮฮาละ  เพราะ ยังมีอารมณ์เซ็งๆค้างอยู่

---------------------------------------------------------------------------

กลับจากเที่ยวน้ำตกทีลอซูกันไปแล้ว ไกด์พาแวะจุดท่องเที่ยวอื่นๆบริเวณนั้นต่อค่ะ

แต่ละทัวร์ส่วนใหญ่ก็จะพาไปจุดท่องเที่ยวเหมือนๆกัน สังเกตุจากรถสองแถวจอด

เยอะเป็นจุดๆ  เค้าพามาเที่ยวสวนส้ม   พวกเราแวะซื้อน้ำส้มคั้นกินให้ชื่นใจ

โดยซือเจ๊ ต่อแม่ค้าว่า 12 ขวดแถม 1 ได้มะ แม่ค้าบอกว่า ไม่ได้ รับมาแพงแล้ว

พวกเราเลยเมาท์กัน ว่า อ้าวไม่ได้คั้นจากส้มในไร่นี้หรอกเหรอเนี่ย

เราเสียเวลายืนเลือกโปสการ์ดนานไปหน่อยเลยไม่ได้เดินเข้าไปในสวนส้มลึก

แต่ก็ยังมีโอกาสแช๊ะรูปกะส้ม ส๊มส้ม หลายใบอยู่ รูปนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มมาแล้วค่ะ

ฝนกำลังจะตก

แวะถ้ำปลาที่บ้านหนองหลวง น้ำใส ที่นี่มีสำนักสงฆ์เล็กๆอยู่ด้วย

แล้วพวกเราก็เจอกับเจ้าถิ่น ที่นี่ ตอนถวายสังฆทานนะ วิ่งผ่านเท้าไปปรู๊ดเลย

ทีแรกตกใจนึกว่าตัวอะไร มองไม่ทัน หันหลังอยู่  แล้วเค้าก็วิ่งไปวิ่งมาเล่นโชว์

จนพระต้องเอ็ด เค้าถึงจะลงไปนอนเลียขน สบายใจเฉิบ ให้ชักรูป แบบนี้

แล้วก็เจออีกตัว โชว์สกิลการล้างหน้า  ตัวเดียว น้อยไปค่ะ จัดไปอีกตัว

มาโชว์การล้างหน้าแบบแพ็คคู่

แวะวัด นี้ โบสถ์สวย ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง แต่ปรากฏว่า แบตเตอรี่กล้องเราหมดพอดี

ถ่ายได้แค่นี้ ก็ ดับไปเลย (ในรูปฝนกำลังจะตกแล้วค่ะ) แล้วก็แวะถ้ำตะโค๊ะบิ๊

แวะตลาดอุ้มผาง  ที่นี่มีเจ้าถิ่น 3 ขาอยู่ตัว (มีขาเหลือ 3 ขา) อ้วนมาก

แม่ค้าส้มตำบอกว่า นักท่องเที่ยวใจดีให้กินของกินเยอะ มันเลยอ้วน หลังจากเราให้กิน

หมูสะเต๊ะไป 2 ไม้ ก็เดินหายไป เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ ถ่ายมาแต่ 2 ตัวนี้

ที่นี่มี"บ้านครูซัน" เป็นร้านขายของที่ระลึกประจำ อุ้มผาง รับรองถ้าได้แวะ

จะถูกใจค่ะ มีของให้เลือกมากมาย เราได้เสื้อยืดมา 2 ตัว โปสการ์ดแล้วก็สมุดบันทึก

ที่ร้านนี้มีโต๊ะให้นั่งเขียนโปสการ์ด และตู้ไปรษณีย์บริการข้างหน้าด้วยค่ะ

  

หลังจากตุนของกินมากมาย  (ส้มตำอร่อยมาก) ก็กลับบุญล่ำรีสอร์ท

เราอาบน้ำคนสุดท้ายของห้องปรากฏว่า น้ำไม่ไหล  ยืนแก้ผ้ารอ อยู่นาน

หนาวก็หนาว (ไปช่วงหน้าหนาวเลยอ่ะ) จนคิดว่า น้ำประปาคงไม่ไหลง่ายๆแล้วล่ะมั๊ง

เลยเอาน้ำขวดขุ่น มาราดตัว ไปก่อน (ล้างฝุ่นดินแดงตอนขาลงจากทางขึ้นน้ำตก)

ก็ได้เวลาอาหาร  กับข้าวมากมาย เติมได้ค่ะ มีคาราโอเกะให้แต่ละโต๊ะร้อง

เชิงเทียน อันนี้ ได้มาจากโต๊ะข้างๆ เนื่องจาก โต๊ะเราแวะเวียนไปขอถ่ายรูป

กันหลายคน สุดท้ายพี่เค้าเลยบอกว่ายกไปเลยไป๊ น้อง (ฮ่าๆจริงๆเค้ายกให้ด้วยไมตรี)

เราว่าเจ๋งมากเลย สวย และก็สว่าง ทำจากไม้ไผ่ คิดได้ไง เก่งจริงๆคนคิด

ในรูปจะเห็นสำพะเวสี ที่อยู่ลางๆ ข้างหลัง คือเราเองแหล่ะ กำลังนั่งเขียนโปสการ์ดไปพลาง

จิบเบียร์ไปพลาง ฟังน้องๆร้องคาราโอเกะ (แบบไม่ร้องจะดีมาก)

เบียร์หมด เลยเอาไฟฉายเดินออกไปซื้อเบียร์ปากทางเข้ารีสอร์ท เป็นร้านขายของชำเล็ก

เราต้องกระจายเงินสู่ชุมชน นี่นา

หลายคนบอกว่ากินเบียร์เดี๋ยวไม่ตื่นหรอก ตอนเช้าต้องออกแต่เช้ามืดนะ

อ่ะโธ่ ..ขอโทษ  ลงมารอกลุ่มแรกของรีสอร์ทเลยพี่น้อง  มาหลับรอ 5555555555

มีป้าแก่ๆเดินมากระซิบข้างๆ  อาบน้ำมั๊ยเนี่ย  หันไปส่ายหน้า แล้วก็หัวเราะพร้อมๆกัน

เค้าว่าเมื่อคืนน้ำไม่ไหลทั้งอำเภอ เลย ไม่รู้จริงหรืออำ

เราลงมารอกลุ่มแรก แต่ปรากฏว่าได้ออกกลุ่มสุดท้ายของรีสอร์ท อันเนื่องจาก

อีตาไกด์ เมื่อคืนคงกรึ๊บยาดองหนักไป เช้านี้เบี้ยวซ๊ะงั้น (มีไกด์เบี้ยว 2 คน)

พี่คนขับรถสองแถวเลยเดินมาบอกว่า ไม่ต้องรอแล้วเดี๋ยวไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น

พี่แกขวักบัตรไกด์มาโชว์บอก ว่าผมเป็นไกด์แทนให้ได้ครับ รถคันเราจึงมี

ลูกทัวร์ 2 กลุ่ม อีกกลุ่ม มี 4 คน ต่างชาติ 3 ไทย 1

บึ่งไป "ดอยหัวหมด" กันอย่างด่วน  รถวิ่งไปหนาวมากๆ นั่งหลัง

ดอยหัวหมด จุดนี้มองเห็นรอยต่อกับป่าแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร  อีกด้านไกลๆเห็นป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

ขอบอกว่าเหนื่อยมาก ขอใช้คำว่า หอบแ_ก เลยค่ะ เนื่องจากทางชัน

แนะนำว่า ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นโรคหัวใจ ควรไปชมยังอีกจุดชมวิวอีกที่

เราถามพี่ไกด์ว่า เคยมาแต่มันไม่ต้องเดินเยอะแบบนี้ พี่เค้าบอกว่า เค้าเห็นพวกเรา

ยังเด็กก็เลยพามาจุดที่ต้องเดินเยอะ แต่จุดนี้จะมองเห็นได้รอบทิศ อีกจุดเห็นแต่ด้านหน้าด้านเดียว

ความสวยย่อมแลกมาด้วยความลำบากเสมอ 

ขาลงพี่เค้าแนะนำว่า ต้องทำเท้าเฉียงๆ ค่อยๆตะแคงลง ถ้าไม่ไหว

ให้นั่งลงไปกะพื้นแล้วถัดตัวลงไปแทน ในกลุ่มมีน้องอยู่คน เบรคแตก ฮามากถึงฮาไม่ออก

กรี๊ดตั้งแต่จุดสูงสุด วิ่งๆๆๆ(หยุดไม่ได้) ยาวไปด้านล่าง ดีที่ได้พี่ผู้ชายอีกกลุ่มดึงแขน

ไว้ทัน แต่ก็เล่นเอา ล้มไปทั้งคู่  น้องได้แผลถลอกนิดหน่อย

 

ดอกพญาเสือโคร่ง บานสะพรั่งเต็มต้น  ตามทางแถวๆนั้น สวยดีนะเราว่า

กลับไปกินมื้อเช้า กันที่รีสอร์ท แล้วก็นั่งรถออกจากอุ้มผางกัน 

เอาภาพโค้งมาให้ชม ฝีมือกล้องพี่หัวหน้าทริป เพราะตัวเราไม่ไหวแล้ว

เมารถสุดๆ  คงเพราะมัวแต่จ้อง จอนาน เปิดหนังปืนใหญ่ฯกัน

แล้วก็เมาท์กันเมามันส์มากว่า ไปพัก รีสอร์ทอันเป็นสถานที่ถ่ายทำกันมา

ชี้จุดกันว่าจุดนี้ๆๆเป็นตรงนี้ๆเนอะ สักพัก ไม่ไหวแฮะ เวียนหัว

มีน้องในรถ อ้วกนำไปก่อน กลิ่นเริ่มมา เสียงเริ่มมา  และแล้วทั้งรถ

ก็ตกอยู่ในอาการเมา ๆมึนๆ ก็เลยขอให้พี่คนขับจอด

เราเลยไปขอเอาอาหารออกจากท้อง(ทางปาก) เสียหน่อย

ปกติเราเป็นคนไม่ค่อยเมารถ ไม่ค่อยเมาเรือ สักเท่าไหร่ ยกเว้น เมา...รัก ที่เมาแล้วเมาอีก

ฮิ๊วววววววววววววววววววววววว

แวะตลาด รับรองว่าใครที่ชอบกินผัก และสตรอบอรี่ รับรอง จะเดินที่นี่อย่างมีความสุข

เราซื้อสตรอบอรี่กับผักกาดแก้วมาเพียบ (ผักกาดแก้วถูกกว่าในซุปเปอร์มาเก็ตมากมาย)

แวะตลาดริมเมย สะพานไทย-พม่า  อากาศร้อนมากๆ กินข้าวแถวๆนั้นแล้วก็เดินตลาดริมเมย

ที่พี่ไปด้วยบอกว่า เหมือนเดินตลาดแถวบ้านเปี๊ยบ (บ้านพี่เค้าอยู่ต.คลองถม)

แล้วก็แวะวัด อีกที่ จำชื่อวัดไม่ได้ค่ะ เพราะหัวหน้าทัวร์ เรา ชอบไหว้พระที่วัด

องค์พระที่นี่ใหญ่มาก ศิลปะเป็นแนว พม่า คนที่มาเปิดสถานที่ให้ดู ก็เป็นคนพม่า

พระพม่า  แวะเข้าไปกราบขอศีลขอพร