ปีนี้ เราไปงานศพ พ่อ หรือแม่ ของเพื่อน  หลายงาน

และเสียชีวิตด้วยโรค มะเส็ง เกือบจะทั้งหมด

มะเร็ง นั่นแหล่ะ ไม่ได้พูดให้ขำหรอก  แต่รู้สึก ไม่ชอบคำนี้(ฟังแล้วหดหู่)

ต้นปี พ่อเพื่อนสมัยมัธยม เสียชีวิตด้วย .. มะเร็งคอ

ถัดมา พ่อน้องที่ทำบริษัทเดียวกัน เสียชีวิตด้วย ... มะเร็งตับ

ถัดมา แม่เพื่อนสนิท ผ่าตัดเต้านมทิ้ง 1 ข้าง ... มะเร็งเต้านม (ยังไม่เสียชีวิต)

ถัดมา รุ่นพี่ที่สนิท ที่ทำงานเก่า ซึ่งเราเพิ่งนัดรวมกลุ่มไปกินข้าวเฮฮา

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ได้ข่าวร้ายว่า ตรวจพบก้อนเนื้อเลยลองผ่าไปตรวจ

เป็นมะเส็งเต้านม (จะมะเส็งไปไหนเนี่ย)  ล่าสุดผ่าทิ้งไปข้าง ละ

คนนี้ยังสาวและสวย มีดีกรีเป็นนางงามท้องถิ่นเก่า  และพี่เค้าเสียใจมาก

แต่ก็ต้องทำใจ ... โรคภัยเวลามันจะมา มันมาเลย

 

เมื่อวันจันทร์ ได้ข่าวการเสียชีวิตของแม่เพื่อนสมัยมหาลัย กระทันหัน

เสียชีวิตด้วย มะเร็งปอด   เดิมเคยเป็นมะเร็งเต้านม ผ่าออกแล้ว 3 ปี ราวๆต้นปี

ตรวจพบว่า รามมาที่ปอด กำลังจะจองโรงพยาบาลในกรุงเทพ รักษาต่อไป

และไม่คิดว่าจะเสียชีวิตกระทันหันแบบนี้   นี่แค่ ปี 2009

อ่อ.. มีลุ้นระทึก คุณแฟน เจ็บคอ แล้วก็เป็นเรื้อรังมาตลอด

สุดท้ายส่องกล้องแล้วพบมีก้อนเนื้อ ก้อนน้อยๆ  หมอเลยลองตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ

อีตอนรอผลตรวจนะ ลุ้นแบบ.... ลุ้นแบบนี้มันไม่สนุกเลย นะ

สุดท้ายไม่ใช่เนื้อร้าย  ก็โล่งใจกันไป

 

เริ่มรู้สึกว่า โรคร้าย มันอยู่วนเวียนใกล้ๆตัวเรา  ไม่รู้ว่า วันข้างหน้าจะเกิดขึ้นกับใคร

หรือบางที มันอาจจะเกิดขึ้นเงียบๆ ภายในตัวเรา แล้ว ก็ได้ใครจะรู้

ภาวนาให้ไม่เกิดกับพ่อแม่พี่น้องในครอบครัว หรือญาติสนิท เพื่อนฝูงก็พอ

 

การตาย เราว่าคนที่ตายคงไม่รู้สึกอะไร  (ก็ตายไปแล้วนี่นา)

แต่คนที่เหลืออยู่ข้างหลังนี่สิ ที่ต้องใช้ชีวิตอย่างทรมาน

เมื่อพบว่าตื่นขึ้นมาแล้ว คนที่เรารัก ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไป

มองไปทางไหนก็มีแต่ภาพความทรงจำเก่าๆ ความผูกพันธ์ที่มี

เราว่า มันโคตรจะทรมานเลยนะ 

เราเคยพูดกับแม่ว่า ถ้าเลือกได้นะ เราอยากตายก่อนแม่

เพราะเรารู้สึกว่าเราคงอยู่ไม่ได้ ถ้าแม่ตาย ก่อน

แม่ก็ว่า ทำไมพูดแบบนี้   อย่าพูดเรื่องตายๆไม่ดีไม่เป็นมงคล

ก็มันจริงนี่นา .....

แต่ท้ายที่สุด ทุกคนก็คงหลีกหนีความตายไปไม่พ้นหรอก

จะช้าหรือเร็ว แค่นั้น ...

ช่วงสัปดาห์นี้เลยหดหู่ใจชอบกล  ไหนจะเซ็งเรื่องงานอีก น่าเบื่อจริงๆ

(เรื่องงานคงไม่บ่นในนี้ เพราะที่บริษัท มีหลายคนรู้ ว่าเขียน blog )

แต่ขอบอกว่างานศพแม่เพื่อน ที่อยุธยา ที่ไปมา ไม่หดหู่เลย

คุณเธอเล่นเปิดเพลง แบบ บอย พีชเมคเกอร์ เพลงแบบสมัยใหม่หมด

แต่เพลงช้านะ คลอ ตลอดงาน  เข้างานไปนึกว่ามาผิดงาน

มีแต่คนทักเรื่องเพลง  มันบอกว่า

 ' แม่กูไม่ชอบ วง ปี่พาทย์ แม่กูรีเควส แบบนี้เลย

จะให้ดี แม่กูชอบ นันทิดา แต่กูหาไม่ทัน'  

และยังมีการบอกอีกว่า

' จริงๆแม่กูไม่ชอบเสียงพระสวด แต่จะไม่สวด กลัวโดนชาวบ้านด่า ว่าอกตัญญู '

 

แม่เพื่อนเข้มแข็งมาก รู้ว่าตอนจบจะเป็นยังไง (แม่เพื่อนเป็นพยาบาล )

และได้บอกไว้หมดว่า จัดงานแค่ 3 วันนะ เผาเลย เพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับคนอื่น

(หมายถึงไม่เก็บ 100 วัน) แบบไม่สนิท กลัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้  (ดู๊ ยังฮาได้อีกนะแม่ )

ประโยคสุดท้าย ที่แม่เพื่อนพูด คือ ' จะรอ อะไรกันเนี่ย'

เพื่อนบอกว่า 'ก็รอให้แม่หลับนั่นแหล่ะจะได้กลับ '

แต่มันไม่คิดว่า แม่จะไม่ได้ลุกขึ้นมาพูดอะไรกับมันอีกเลย หลังจาก ประโยคนั้น

ฟังประโยคนี้แล้วน้ำตาเกือบไหล

เหล่านี้ คือคำพูดที่เพื่อนเล่าให้ฟัง   

แต่จริงๆแล้วเพื่อนเรา แม้ไม่ร้องไห้ แต่ รู้สึกได้ว่า เบลอๆ

วันนี้ ออกแนวเศร้า ไปหน่อย แต่ช่วงนี้เราหดหู่จริงๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เค้าแค่หลับไปไม่ทรมานมาก
มะเร็งก็คือโรคชรา โรคร่างกายเสื่อม สุดท้ายทุกคนต้องเผชิญ..big smile

อย่าเศร้านานนะจ๊ะ

#1 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-06-17 17:58

คนรอบๆ ตัวเป็นเยอะจริงๆ ค่ะ โรคนี้..
ด้วยวิถีชีวิตของตัวเอง แอ้ยังกลัวจะเป็นเลย..
แต่ตอนย่าแอ้เป็น หมอเคยบอก (อธิบายให้คนแก่บ้านๆ ฟัง) ว่ามะเร็งคือตัวเราเองนะ เป็นเซลล์ของตัวเราที่มันเติบโตผิดปกติ จะได้ไม่รู้สึกแย่ว่าเหมือนมีมารร้ายมารังควาญ

แอ้ว่าแต่ละวัน ทำดีต่อกันมากๆ .. ใช้ชีวิตให้มีความสุข
เรื่องข้างหน้าก็ช่างมันเหอะ ไว้ค่อยว่ากันอีกที..
อย่าเศร้าไปเลยนะคะ..

#2 By แอ้ on 2009-06-17 18:05

surprised smile เลยต้องใช้ชีวิตทุกวันให้มีค่า

#3 By iDoi* on 2009-06-17 18:15

ใช่.. ปัจจุบันคนเป็นเยอะมาก
แล้วยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองจะเป็นรึเปล่า
มันเล่นไม่มีสัญญาณบอกกันเลย..

ยิ้มดีกว่านะจ้ะ..big smile
การจากลาตลอดกาล...

เป็นเรื่องที่หลีกความเศร้าไม่ได้ค่ะ พี่หน่อย

ตัวหนูเองไม่อยากเป็นคนมองคนที่เรารัก รอบข้าง

จากไปก่อน มันทรมานมากๆ จริงๆ

ถ้าเลือกได้ก็อยากทำเหมือนพี่หน่อยเลย

ให้เราไปก่อนเถอะ

แต่ "ชีวิต" ก็ไม่ได้ให้เราเลือกจากได้เสียด้วย

เลยได้แต่หวังว่าจะ "ปลง" และเข้าใจมันได้

เดี๋ยวนี้โรคแปลกๆ เยอะเหลือเกิน

อย่างไง ชีวิต ก็ต้องดำเนินต่อไป

รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ พี่

ส่งความคิดถึง แทนสายน้ำรดให้โตไวๆค่ะ

#5 By finch on 2009-06-17 18:44

เป็นเรือ่งที่น่าเศร้าเหลือเกิน
ทำไมคนรอบตัวเป็นเยอะเช่นนี้หนอครับ TT

#6 By sage_nu on 2009-06-17 19:59

เหมือนกับอันตรายยิ่งใกล้ตัวมากขึ้น..
ที่จริงก็น้ำมือเรานั่นแหละ ที่เป็นสาเหตุ...

ทุกคนหลีกความตายไม่พ้น
แต่ก็จะดีกว่าถ้าได้อยู่กันนาน ๆ
ไปแล้วก็จบ แต่คนอยู่ข้างหลังเศร้า...

#7 By นาย ช บ า on 2009-06-17 20:35

อยากเข้มแข็งแบบท่านแม่ของเพื่อน

#8 By wesong on 2009-06-17 21:27

แม่เพื่อนสุดยอด

#9 By __ลิงย้วย__ on 2009-06-17 21:38

โอ่ว วันนี้อ่านสองบล็อด เจอเรื่องหดหู่ใจสองบล็อกติดกันเลย angry smile angry smile อ่านประโยคที่เป็นสีแดงแล้วรู้สึกว่าใช่ค่ะ
รู้สึกเหมือนกันว่าการที่เราต้องตื่นมาแล้วพบว่าคนที่เรารัก
ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว มันทรมานจริงๆ angry smile angry smile

#10 By สส.eVeZaa on 2009-06-17 21:38

โอ..มีแต่เรื่องเศร้าจริงๆค่ะ

อ่านแล้วรู้สึกทึ่งคุณแม่ของคุณเพื่อนมากๆค่ะ..

เข้มแข็ง..ทำใจได้ด้วย..เสียดายค่ะ..

เสียดายคนดีๆแบบนี้..ถ้าอยู่คงทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติได้เยอะมากๆเลยค่ะ..

คนดีๆมันจะโดนโรคร้ายมาพรากไป..ทำไมนะ.

ไม่อยากให้คนที่รักต้องจากไปเลยค่ะ..แต่ก็ต้องทำใจ

เกิด แก่ เจ็บ ตาย...ทุกคนต้องผ่านมันแน่นอนค่ะ.

ไม่ชอบไปงานเศร้าๆแบบนี้เลย..มันหดหู่บอกไม่ถูก..

#12 By ►Junsh◎ku on 2009-06-17 21:44

เจอข่าวแบบนี้ทีไรก็หดหู่ทุกทีเลยค่ะ

ตอนนั้นทานข้าวอยู่

เพื่อนโทมาบอกว่า แฟนเพื่อนเสียชีวิต

ตอนนั้นแทบจะกินข้าวไม่ลง

อึ้งมาก ไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลยจริงๆ

angry smile

#13 By Tammada on 2009-06-17 21:58

อ่านจากคำพูดคำจาของคุณแม่เพื่อนแล้ว
เราว่าคุณแม่เพื่อนจากไปอย่างไม่หดหู่ใจมากนะ
ใจเขายังเบิกบานพอที่จะพูดคุยหยอกเย้ากับลูกได้

คนที่เสียไปแล้ว พ้นทุกข์ในชาตินี้ไปแล้ว
เหลือให้คนที่ยังมีลมหายใจเผชิญหน้ากับทุกข์ต่อไป

ความทุกข์เป็นเรื่องปกติ การแก่การเจ็บการตายก็เป็นเรื่องปกติ ที่ไม่ปกติคือเราเองที่มองว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติของธรรมชาติ มีเพียงการเตรียมใจให้พร้อมและเข้มแข็งพอจะพบกับมันเมื่อเวลานั้นมาถึง

วันนี้เศร้าไปก่อน พรุ่งนี้ก็ถึงคิวแจ่มใสบ้าง สลับกันไปนะคะbig smile

#14 By kororo on 2009-06-17 22:33

พรุ่งนี้จะมีทุกวันมั๊ยbig smile

#15 By V@R on 2009-06-17 22:38

ใช้เวลาที่มีให้คุ้มดีกว่าเนอะ surprised smile

#16 By tide,the seeker on 2009-06-17 22:46

ภาพสวยมากเลยค่ะ

รู้สึกนับถือคุณแม่ของเพื่อนพี่ชิงชิงค่ะ การเผชิญหน้ากับความตายโดยเฉพาะความตายของตัวเองอย่างสงบนี่เป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ

โรคนี้นี่โรคภัยใกล้ตัวจริงๆนะคะเนี่ย
ตัวเราเองก็คงทำได้แค่รักษาสุขภาพแล้วก็ระวังตัวเอง แต่ยังไงมันก็คงหนีจุดสุดท้ายไปไม่พ้น

สุดท้ายมันก็คงจะทำได้แค่ทำดีกับคนที่เรารักให้มากที่สุด แล้วก็ใช้เวลาอยู่ร่วมกันให้ดีที่สุดมั้งคะ...

ตอนนี้ก็พยายามคิดถึงความจริงเรื่องนี้บ่อยๆ
ไม่ได้แช่งคนรอบข้างและตัวเองแต่คิดว่าระลึกไว้ก็ดีเราจะได้ทำดีกับเขาได้มากขึ้น ห่วงใยมากขึ้นน่ะค่ะ...

ยังไงต่อจากนี้ ขอให้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นผ่านเข้ามามากขึ้นนะคะ พี่ชิงชิงจะได้สดใสเหมือนเดิม big smile

#17 By Hong on 2009-06-17 22:47

ตอนที่ย่าเสีย..จิตตกไประยะหนึ่งเลยค่ะ..ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้สนิทกับย่ามากนัก..

แต่กลัวความตายขึ้นมาจับจิต ถึงขั้นอยู่คนเดียวไม่ได้ ฟุ้งซ่าน ต้องทานยาคลายครียดก่อนนอนทุกคืน ไม่อย่างนั้นไม่หลับ

กลัวไปหมด กลัวว่าถ้าคนรอบข้างตายไป เราจะอยู่ยังไง เศร้ามาก ๆ ไม่มีกะจิตกะใจทำงานเลยค่ะ..

แถมเป็นไมเกรนเรื้อรังอีก ช่วงนั้นพยายามรักษาตัวเองทุกวิถีทาง ไปพบหมอ หมอให้ทานยาป้องกันไมเกรน เป็นยาที่นอนเท่าไรก็ นอนไม่พอ (ช่วงนี้หยุดยาคลายเครียด)

แต่ก็ยังจิตตก จนคุณหมอจะให้ไปพบจิตแพทย์..
เราก็เอ๋อไปเลย..แว๊บหนึ่งในความคิดมันตะโกนดัง ๆ ออกมาว่า

"ฉันยังไม่บ้า" "ฉันปกติดี" "ฉันจะต้องหาย"

"ฉันแค่หวาดกลัวเท่านั้น และ ตอนนี้ฉันหายกลัวแล้ว"

ทำใจไปพบจิตแพทย์ไม่ได้ ก็เลยเลื่อนนัดคุณหมอไป 2 ครั้ง พอถึงวันนัดครั้งที่ 3 ตัดสินใจว่า "ฉันไม่ไป"

แล้วสภาพจิตใจก็ดีขึ้นเอง...

ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเราเองจริง ๆ
big smile

#18 By 1411 on 2009-06-17 23:25

วันนี้มาเรื่องแนวเศร้าๆนะ ถ้าคนที่เรารักจากไปแบบนี้เศร้ามากมายเลยล่ะ
แต่เค้าให้คิดว่า "เค้าไปสบายแล้ว ถ้าไม่สบายเค้าคงกลับมาแล้วล่ะ" แฮ่ๆๆๆ คงจริงมั๊งน๊อะconfused smile

#19 By Pat on 2009-06-18 00:16

เป็นการจากลา ..ที่จากไปแค่ตัวค่ะ ^^
ความทรงจำยังคงอยู่ ...
ไม่อยากให้มีชื่อเรื่องจริงๆ Hot! อยากให้ๆ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
เดี๋ยวนี้เป็นมะเร็งกันเยอะ ต้องหมั่นดูแลร่างกายนะคะ

#22 By ยัยตูดเป็ด on 2009-06-18 07:54

ทุกคนก็ต้องเดินมาถึงจุดนี้ทั้งนั้น
เพียงแต่ว่าระยะทางที่กว่าจะไปถึงจุดนั้น
เราได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าแค่ไหน
หมดไปกับเรื่องราวที่ไร้สาระแค่ไหน
ใช้ทุกนาทีอย่างมีค่า..รักคนอื่นให้มากๆ
และก็อย่าลืมรักตัวเองด้วย...
ยังไงก็ขอแสดงความเสียใจกับเพื่อน
หน่อยด้วยนะคะ

#23 By nudee on 2009-06-18 10:23

#24 By julluj on 2009-06-18 11:41

มีบางช่วงที่ชีวิตห่อเหี่ยว
ช่วงนี้เราก็เป็น
แต่หลังจากอ่านเอนทรี่นี้ที่พี่ชิงชิงเขียนแล้ว

..
กลับทำให้ได้อะไรบางอย่างน่ะ
big smile

#25 By Millhz on 2009-06-18 11:51