น้ำตกเหวนรก VS ทาก
posted on 18 Jun 2009 14:49 by ching-ching in Travelก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆ comment สำหรับความรู้สึกดีๆ
กับ entry ที่แล้ว อ่านแล้วรู้สึกดี
"ขอบคุณค่ะ"
วันนี้ คิดไม่ออกอีกแล้วว่าจะ up อะไร ก็ไปนั่งเปิดรูปเก่าๆ ก็ไปเจอทริป เขาใหญ่
น้ำตกเหวนรก หลายๆคน คงเคยไปเขาใหญ่กันมาหลายครั้งแล้ว
แต่ก็อาจจะมีเพื่อนบางคน ที่ยังไม่เคยขึ้นไปถึงจุดชมวิว สูงๆขึ้นไปอีก
ถ้าพวกชอบป่าเขา ส่องนก คงไม่พลาด เพราะจุดนี้ มองเห็นทัศนียภาพ 360 องศาเลยค่ะ
แต่สูง และเสียว เค้ามีเพียงแค่ ไม้ไผ่กั้นเป็นรั้วไว้
ดูวันเดือนปีได้ ตั้งแต่ปี 2006 แหน่ะ
ให้ดูรูปกันก่อน ว่า มุมนี้มันมองลงไปแล้วสวยแค่ไหน แต่ขอบอกว่า
กว่าจะขึ้นมาถึงเนี่ย ต้อง .... ต้องฝ่า ดงทากกกกกกกกกกกกกกกกก บรื๋อออออออ
....
...
ขอเล่าย้อน ไปก่อนออกเดินทางสักเล็กน้อยนะคะ
คืนก่อนจะไปเขาใหญ่กัน เรารับปากเพื่อนสนิทเอาไว้ ว่าจะไปเขาใหญ่วันรุ่งขึ้น
แต่... ตัวเราดันไปร่ำสุรา อยู่ กทม. และคืนนั้นก็เมากลับบ้าน
ขับรถวนเวียนหลงอยู่นาน กว่าจะถึงบ้านก็เช้าอีกวันไปแล้ว ได้นอนไม่กี่ชม.
แล้วเราก็ตื่นสาย เพื่อนขับรถมารอหน้าบ้าน ตอนนั้นเรียกว่ากระเป๋าก็ไม่ได้จัดไว้เลย
ตื่นปุ๊บ คว้าอะไรได้ก็คว้าๆหยิบใส่เป้ น้ำเนิ้มไม่ต้องอาบ เพราะเพื่อนรอนานแล้ว
ทริปนี้ เป็นทริปคนบ้าปั่นจักรยาน ซึ่งเป็นแก๊งค์ของพี่ชายเพื่อนสนิท
เค้าก็เอาจักรยาน ขนกันจะไปปั่นที่เขาใหญ่ เราเลือกเส้นทางนครนายก
คือไม่ได้ไปเขาใหญ่ทางเส้นปากช่อง เหตุที่ไปเส้นนี้ เพราะ แก๊งค์จักรยาน
จะสำรวจเส้นทาง ปั่นจักรยานใหม่ๆ
เมื่อไปถึง ก็หาจุดกางเต๊นท์ คนมากมายมหาศาล แต่จุดที่เรากาง
เลยขึ้นไปอีกนิดนะ จากรูป
กางเต๊นท์กันเสร็จ พวกผู้ชายก็ประกอบจักรยาน
แล้วเค้าก็ออกไปปั่นจักรยานกัน
พวกผู้หญิง ซึ่งมี แค่ 2 คือเรากับเพื่อน ก็ต้องทำอาหารสิ !!
แล้วอี สองสาวนี้นะ ก็เกี่ยงกันจุดแก๊ส มันน่ากลัวมาก มันต้องเปิดแก๊สก่อนนะ
แล้วก็เอาไม้ขีดไปวาง เพราะพวกเราลืมเอาไอ้ที่จุดเตา แชะๆๆ มา
จะเอาไฟแช็คไปจ่อ ก็กลัวบึ้ม สุดท้าย เกี่ยงกันนานมาก และไม่มีใครยอมจุด
จึงไม่ทำอะไรทั้งนั้น เราจึงนั่งเล่นไพ่ กัน (ซ๊ะงั้น) รอพวกผู้ชายมาจุด
พวกผู้ชายกลับมาด้วยความเหนื่อยโทรม เหงื่อท่วมกายา หวังว่า 2 สาว
จะมีกับข้าวกับปลาเตรียมไว้รอท่า ก็ต้องพบความผิดหวังไป และก็ต้องไปจัด
แจงจุดเตากันให้พวกเรา ขอบอกว่า ทำอาหารลำบากมาก บนเขาใหญ่เนี่ยพี่น้อง
ลมก็พัดแร๊งแรง เอาแค่เตาอ่ะ กว่าจะจุดได้ กว่าจะทอดไส้กรอกทอดไก่เสร็จ
นานมาก พวกเราเลยเดินไปจะไปซื้อข้าว กับ กับข้าวที่ร้านอาหารตามสั่ง
ปรากฏว่า วันนั้นคนเยอะ ร้านซึ่งมีอยู่เพียงร้านเดียว ข้าวหมด ของสดหมด
เลยต้องมาหุงข้าวกันเอง แล้วหมอหุงข้าว ของพี่ชายเพื่อน จุ๋มจิ๋มมากกกก
หุงได้นิดเดียว มันเป็นแบบหม้อสนามค่ะ สุดท้ายได้กับข้าวมาจุ๋มจิ๋มน่ารัก
ฮาน้องผู้ชายที่อยู่ในแก๊งค์จักรยาน บอกว่า พี่ครับไก่ถุงเท่านี้ ปกติผมกินเล่น
คนเดียวยังไม่อิ่มเลยนะครับ แต่นี่เราต้องกินกันถึง 5 คน
ตกกลางคืน เหมือนตกนรก เต้นท์เรา 2 สาว ไม่มีอะไรเลย
ผ้าห่มไม่มี หมอนไม่มี (หมอนไม่มีไม่เป็นไร เราเอาเป้หนุนได้) ไฟฉายไม่มี
คือไม่มีอะไรเลยอ่ะที่จะใช้ประโยชน์ได้ นี่แหล่ะคือข้อเสียของการไม่เตรียมตัว
ครั้งนี้เป็นการนอนเต้นท์บนเขาครั้งแรกของเรา แบบที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย
แต่เต๊นท์ผู้ชายมีครบทุกอย่าง ที่อำนวยความสะดวก !!
.....
เช้ามืด ... ฟ้าเริ่มสว่าง
พวกผู้ชาย ลุกขึ้น ... เตรียมจักรยาน... แต่งองค์ชุดรัดติ้วชุดปั่นจักรยาน (จะรัดไปไหน)
ออกไปปั่นจักรยานกันต่ออีก ... ยังดี เอาผ้าห่ม กับหมอนนุ่มๆมาให้ผู้หญิงเต๊นท์เรา
พวกผู้หญิงก็นอน จนแบบว่า แดดมา ร้อนจึงต้องตื่น กัน
ออกมานั่งหาว
เอาเสื่อไปปูนอน ใต้ต้นไม้ต่ออีกรอบ ...... รอพวกบ้าพลัง ปั่นจักรยานกลับมา
เมื่อพวกบ้าพลังกลับมา .... เราก็ขับรถขึ้นไป เพื่อจะไปชมน้ำตกเหวนรกกัน
จากปากทางเข้า เราเห็นชาวญี่ปุ่น หลายคนสวม ถุงกันทาก
และทายา กันทาก กันขนานใหญ่ พวกเรา 2 สาว ยืนหัวเราะ
แล้วแอบนินทา ว่า
" เว่อร์เนอะ ทากเทิ้ก มีที่ไหนกัน ไม่ใช่หน้าฝนนะ"
"สวมทำไมตลกว่ะ"
แล้วเราก็เล่นถ่าย VDO ทำเป็นแบบพาท่านผู้ชม ไปชมน้ำตกเหวนรกกัน
ดูจากรูปสิ เฮฮามาก *** ทั้งคู่นุ่งกางเกงขา 3-4 ส่วน+รองเท้าแตะ***
แวะถ่ายรูปกันตรงจุดนี้ ฝรั่งข้างหลังนะ ก็ยืนกันอยู่นั่นแหล่ะ ไม่หลบสักที
สุดท้ายรอไม่ได้ พวกเราก็เลย เข้าไปถ่าย จะติดฝรั่งก็ช่างมัน
แล้วเราก็ขอให้ พี่เจ้าหน้าที่อุทยาน พาขึ้นไปจุดที่สูงขึ้นไป ซึ่งไม่มีทางปูนแล้ว
ทีนี้ล่ะต้องเดินบนดิน ล่ะ และบางช่วงต้องมุดต้องพลักกิ่งไม้ที่บังทาง ออกไป
ก็ขึ้นไปพบ จุดเดียวกับรูปแรกค่ะ และรูปนี้
แต่... แล้ว.. "ทากไปไหนอ่ะ"
ทากมันไม่ได้ไปไหนค่ะ ทากมันมาตอน ก่อนจะขึ้นไปถึงจุดนี้ค่ะ
บนเขา แม้ว่าจะไม่ใช่หน้าฝน แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า
มันจึงมี ทากชุกชุมมาก พี่เจ้าหน้าบอกว่า
-อย่ายืนนาน
-อย่ายืนจุดใดจุดหนึ่ง นานไป (นานของเค้าเนี่ย แค่ 5 วิ ทากสามารถเกาะได้แล้วค่ะ)
-ทากจะได้กลิ่นมนุษย์ไวมาก ( เป็นกลิ่นเลือดหวานๆ แน่ๆ )
- ทากสามารถกระโดด เกาะได้ และไวมาก
และพี่ยังบอกอีกสารพัด จังหวะนั้นเอง ทีแรกเราไม่ได้ตั้งใจฟังมาก
แต่... เจ้าทากเวร มันเกาะที่ขาเราเลย โหย
ตอนนั้นนะ กรี๊ดลั่นป่าเลยอ่ะ แบบ จำได้ว่า สะบัดขาแรง ถึงแรงมากแต่ไม่หลุด
วิ่งไปให้ อีเพื่อนรัก ดึงออก ปรากฏว่า มันกรี๊ด แล้ววิ่งหนีไป หน้าตาเฉยเลยอ่ะ
ไอ้เราก็วิ่งตาม เท่ากับหลุดไปจากพี่เจ้าหน้าที่ละ พี่เค้าจะมาดึงให้ แต่ไม่ทัน
มีคุณชายขี่ม้าขาว คือพี่ชายเพื่อน วิ่งมาคว้าแล้วดึง ออก
โอยแม่เจ้า ขนาดดึงทีแรกมันยังไม่ออกเลยอ่ะ
อันนี้ประสบการณ์ตรงเลย สยอง พี่เจ้าหน้าที่หัวเราะใหญ่เลย
เพราะตอนแรกเรายังปากดีกันอยู่เลยเรื่องทากเนี่ย
มีถ่าย VDO ไว้ด้วย กำลังถ่ายกันเพลิน สักพัก มีเสียงกรี๊ด แล้วภาพก็กลายเป็น แบวิชโปรเจ็คไป
ถ้าใครเคยดู (มันชื่อเรื่องแบวิช อะไรสักอย่างป่ะ จำไมได้นานละ เกี่ยวกับการถ่ายวีดีโอในป่า แล้วเพื่อนหายไปอ่ะ)
พี่เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูไม้กฤษณา เป็นไม้หอม ที่ชอบมีคนมาแอบลักลอบตัด
สิ่งที่เราประทับใจ บนนั้น เห็นนกเงือกบินกลับรัง ลมพัดเย็นสบาย
มีความสุขจริงๆ กับธรรมชาติ แต่จะทุกข์ ก็ เพราะ อีนัง"ทาก" นี่แหล่ะ เฮ้ออออออออ
ปล.รูปทั้งหมดเป็นกล้องเพื่อนเรา เราไม่ได้เอากล้องไปค่ะ
แต่ได้ยินเรื่องทาก..แล้วหวาดเสียว
แต่ก็แลกกับบรรยากาศดีๆ
ก็คุ้มอยู่นะหน่อยเอ๋ย
#1 By nudee on 2009-06-18 16:04